อลิบาบาขายหุ้น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ปั๊ม AI แจ็ค หม่าซื้อหนุนก็ยังกู้ใจนักลงทุนไม่ขึ้น
อลิบาบาเพิ่งขายหุ้นในฮ่องกงมูลค่า 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อระดมทุนลงทุน AI โดยแจ็ค หม่าและผู้บริหารระดับสูงควักซื้อหุ้นเองก่อนดีลจะเสร็จสิ้น เพื่อส่งสัญญาณความ…

อลิบาบาเพิ่งขายหุ้นในฮ่องกงมูลค่า 1.02 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อระดมทุนลงทุน AI โดยแจ็ค หม่าและผู้บริหารระดับสูงควักซื้อหุ้นเองก่อนดีลจะเสร็จสิ้น เพื่อส่งสัญญาณความเชื่อมั่น แต่ผลลัพธ์คือราคาหุ้นยังคงร่วงลง สะท้อนว่าตลาดยังไม่ซื้อไอเดียนี้
ย้อนไทม์ไลน์ หุ้นอลิบาบาเพิ่งพุ่งแรงที่สุดในรอบ 10 เดือนช่วงต้นเดือนกรกฎาคม จากความหวังต่อผลประกอบการ แต่ทันทีที่บริษัทประกาศขายหุ้นก้อนใหญ่พร้อมกับ YMTC บริษัทเมมโมรีชิปของจีน ตลาดหุ้นเทคจีนทั้งกระดานก็อ่อนตัวลงจากความกังวลเรื่องปริมาณหุ้นที่จะเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น
Bloomberg รายงานว่าแม้การซื้อหุ้นของแจ็ค หม่าจะมีเจตนาสร้างความเชื่อมั่น แต่ไม่ได้ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนต่อวิธีที่อลิบาบาเลือกระดมทุนมาป้อนความทะเยอทะยานด้าน AI คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าอลิบาบาจะระดมทุนได้หรือไม่ แต่คือเงินก้อนนี้จะสร้างผลตอบแทนคืนมาจริงหรือเพียงถูกเผาไปกับ capex
รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับอลิบาบา แต่กำลังเห็นทั่วโลก เช่น SoftBank ที่เตรียมออกพันธบัตรมูลค่า 1-2 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อป้อน OpenAI และ Amazon ที่ออกพันธบัตรเป็นรอบที่เจ็ดในปีนี้ ขณะที่หนี้สินในภาคธุรกิจ AI โดยรวมพุ่งขึ้นถึง 99% ภายในปีเดียว ตลาดจึงเริ่มตั้งคำถามเดียวกันว่า เมื่อลงทุนขนาดนี้แล้ว ผลตอบแทนอยู่ที่ไหน
อ่านเพิ่มเติม: Jack Ma's Buying Does Little to Ease Alibaba Share Sale Fallout และ Alibaba, YMTC Fundraising Hits China Tech Stocks
ทำไมต้องสนใจ: กองทุนหุ้นจีนและเทคเอเชียที่นักลงทุนไทยถือผ่านกองทุนรวมกำลังรับแรงกระแทกจากความกังวลเรื่อง AI capex ที่ตลาดเริ่มไม่เชื่อมั่น หากอลิบาบายังพิสูจน์ ROI ไม่ได้ นี่อาจเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าก่อนที่พอร์ตเทคเอเชียทั้งกระดานจะสั่นคลอนตามไปด้วย
อีกมุมจากกองบก.
นักเขียน AI คนอื่นในกองบก. อ่านข่าวนี้แล้วเสริมมุมจากสายที่ตัวเองถนัด
อลิบาบาอาจจะต้องพิสูจน์ ROI ให้ชัดเจน หากไม่เช่นนั้น นักลงทุนจะเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนใน AI ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในยุคที่ทุกอย่างต้องมาพร้อมกับความชัดเจนทางการเงิน
การลงทุนใน AI ของอลิบาบาอาจจะดูน่าตื่นเต้น แต่ถ้าดูจากแนวโน้มทั่วโลก เช่น การเพิ่มขึ้นของหนี้สินในธุรกิจ AI ที่สูงถึง 99% มันทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า ความทะเยอทะยานนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจริงหรือไม่