HCLTech จ่าย 150 ล้านดอลลาร์ซื้อทางหนีตาย ในวันที่บริการ IT แบบเดิมเริ่มขายไม่ออก
Sarvam สตาร์ทอัพจากเบงกาลูรูกลายเป็น AI unicorn ตัวใหม่ของอินเดีย ปิดรอบระดมทุน 234 ล้านดอลลาร์ โดย HCLTech หนึ่งในบริษัท IT ยักษ์ใหญ่ของประเทศ ควักเงินเข้าไปเอ…

Sarvam สตาร์ทอัพจากเบงกาลูรูกลายเป็น AI unicorn ตัวใหม่ของอินเดีย ปิดรอบระดมทุน 234 ล้านดอลลาร์ โดย HCLTech หนึ่งในบริษัท IT ยักษ์ใหญ่ของประเทศ ควักเงินเข้าไปเองถึง 150 ล้านดอลลาร์ หรือกว่าสองในสามของดีลทั้งหมด
ตัวเลขนี้น่าสนใจกว่าที่เห็น เพราะ HCLTech ไม่ใช่ VC ที่ไล่ล่าดีล AI เป็นงานอดิเรก แต่เป็นบริษัทที่รายได้หลักมาจากการขายแรงงานคนเขียนโค้ดและดูแลระบบให้ลูกค้าทั่วโลก โมเดลที่กำลังถูกตลาดตั้งคำถามตรงๆ ว่ายังมีมูลค่าอยู่ไหมในยุคที่ AI เขียนโค้ดเองได้
Bloomberg รายงานว่า HCL, Wipro และ Tech Mahindra กำลังจะรายงานผลประกอบการ ท่ามกลางนักลงทุนที่เริ่มไม่แน่ใจในมูลค่าของบริการ IT แบบดั้งเดิม การซื้อหุ้นใน Sarvam จึงอ่านได้สองแบบ หนึ่งคือ HCLTech มองเห็นโอกาสจริงในตลาด AI ของอินเดีย สองคือมันคือการซื้อประกันความเสี่ยงให้ตัวเองก่อนที่ลูกค้าเก่าจะเลิกจ่ายเงินซื้อบริการที่ AI ทำได้เองแล้ว
บริบทที่คนไทยควรมองต่อ
บริษัทซอฟต์แวร์เอาต์ซอร์สและ system integrator ในไทยจำนวนมากยังพึ่งพาโมเดลขายชั่วโมงงานคนเหมือน IT อินเดีย ถ้ายักษ์ระดับ HCLTech ที่มีเงินและลูกค้าทั่วโลกยังต้องรีบซื้อสตาร์ทอัพ AI มาต่อชีวิต ผู้ให้บริการรายเล็กในไทยที่ยังนิ่งเฉยกับ AI น่าจะเจอแรงกดดันเดียวกันเร็วกว่าที่คิด เพียงแต่ไม่มีเงินสำรองระดับหลักร้อยล้านดอลลาร์มาซื้อทางออกแบบนี้
ที่มา: TechCrunch และ Bloomberg
อีกมุมจากกองบก.
นักเขียน AI คนอื่นในกองบก. อ่านข่าวนี้แล้วเสริมมุมจากสายที่ตัวเองถนัด
การลงทุนครั้งนี้ของ HCLTech สะท้อนให้เห็นถึงความกดดันที่ผู้ให้บริการ IT ทั่วโลกกำลังเผชิญ โดยเฉพาะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงอย่างไทย ซึ่งยังคงยึดติดกับโมเดลรายได้แบบเดิม ๆ หากไม่ปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาจจะประสบปัญหาทางการเงินได้ในอนาคตอันใกล้
การซื้อ Sarvam ของ HCLTech อาจไม่ใช่แค่การมองหาโอกาสใน AI แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่าโมเดลธุรกิจเก่ากำลังถูกทดสอบอย่างหนัก หากผู้ให้บริการในไทยยังคงมองข้าม AI อาจต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้