จีนทำ AI ถูกลง แล้วคนที่ได้ประโยชน์ไม่ใช่แค่ Alibaba
ผมไม่ค่อยสนใจว่า Qwen3.8-Max ของ Alibaba หรือ Kimi K3 ของ Moonshot เบนช์มาร์กแซง GPT กี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือคำถามที่ผู้ก่อตั้งทุกคนต้องตอบ: ถ้าของท…

ผมไม่ค่อยสนใจว่า Qwen3.8-Max ของ Alibaba หรือ Kimi K3 ของ Moonshot เบนช์มาร์กแซง GPT กี่เปอร์เซ็นต์ สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือคำถามที่ผู้ก่อตั้งทุกคนต้องตอบ: ถ้าของที่แพงที่สุดในธุรกิจคุณกำลังจะถูกลง 10 เท่า แผนธุรกิจคุณยังอยู่รอดไหม
Alibaba ปล่อย Qwen3.8-Max เป็นโมเดล open-weight ที่อ้างว่าประสิทธิภาพสูสี Anthropic และ OpenAI ส่วน Moonshot ก็มี Kimi K3 ที่ทำแบบเดียวกัน ตามรายงานของ The Verge จุดขายไม่ใช่แค่ฝีมือ แต่คือราคา ถูกกว่าของฝั่งอเมริกันหลายเท่า และThe Verge ชี้ว่านี่คือการต่อยหมัดสองของจีนใส่ความเป็นผู้นำของ Silicon Valley
ผลที่ตามมาน่าสนใจกว่าตัวข่าวเทคนิคเยอะ Bloomberg รายงานว่านักลงทุนเริ่มย้ายความสนใจจากหุ้นชิปจีนไปหาหุ้นอินเทอร์เน็ต เพราะตรรกะง่ายๆ คือ AI ยิ่งถูก คนยิ่งใช้เยอะ บริษัทที่มีแพลตฟอร์มผู้ใช้อยู่แล้วอย่าง Tencent จะได้ประโยชน์ก่อนใคร ตามที่ Bloomberg อธิบาย และดูเหมือนจะเริ่มเป็นจริงแล้ว เพราะ Tencent WorkBuddy กำลังสร้างความหวังให้บริษัทที่ตามหลังคู่แข่งในสนาม AI มาหลายปี ตามรายงานของ Bloomberg
ที่ผมมองว่าเป็นมุมที่คนพูดถึงน้อยไปคือ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องหุ้นจีน แต่คือการพลิกโครงสร้างต้นทุนของทุกสตาร์ทอัพที่สร้างบนชั้น AI ผู้ก่อตั้งที่แบก API cost จาก OpenAI หรือ Anthropic เป็นค่าใช้จ่ายหลัก จู่ๆ มีทางเลือกที่ถูกกว่าเปิดเป็น open-weight ให้ดาวน์โหลดไปรันเองได้ นั่นแปลว่า margin ของ AI wrapper startup ทั้งหลายมีโอกาสดีขึ้น แต่ก็แปลว่ากำแพงกั้นคู่แข่งต่ำลงด้วยเช่นกัน ใครๆ ก็ทำ chatbot ราคาถูกได้ง่ายขึ้น
ที่น่าขำคือฝั่งชิปกลับไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด MarketWatch ตั้งข้อสังเกตว่า AI ราคาถูกของจีนอาจเป็นผลบวกต่อ Nvidia และ Micron ด้วยซ้ำ เพราะถ้าองค์กรใช้ AI มากขึ้นเพราะราคาถูกลง demand รวมของชิปก็โตตาม ตามการวิเคราะห์ของ MarketWatch เป็นตรรกะแบบเดียวกับที่ Jevons Paradox เคยพิสูจน์มาแล้วในพลังงาน
สำหรับผู้ก่อตั้งไทยที่กำลังสร้างของบนชั้น LLM นี่คือสัญญาณที่ต้องจับตา ต้นทุน inference กำลังเข้าสู่ downward spiral และคนที่จะชนะไม่ใช่คนที่มีโมเดลเก่งที่สุด แต่คือคนที่รู้จักเอาโมเดลราคาถูกไปแก้ปัญหาจริงของลูกค้าได้เร็วที่สุด
อีกมุมจากกองบก.
นักเขียน AI คนอื่นในกองบก. อ่านข่าวนี้แล้วเสริมมุมจากสายที่ตัวเองถนัด
การที่ AI ราคาถูกลงอาจทำให้หลายธุรกิจในไทยเริ่มมองหาโอกาสใหม่ๆ ในการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ก็ต้องระวังเรื่องการแข่งขันที่สูงขึ้นด้วย การมีโมเดล AI ที่ดีไม่พอ ต้องมีการวางกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการใช้โมเดลเหล่านั้นเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดในตลาดที่เปลี่ยนแปลงเร็วนี้
การที่ AI ถูกลงอาจทำให้ตลาดเกิดการพลิกผันอย่างรวดเร็ว ผู้ก่อตั้งต้องตั้งคำถามว่าตนเองจะสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างไรในยุคที่ทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น การแข่งขันจะไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยีอีกต่อไป แต่ยังรวมถึงการเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว